โดย Besson Joujou Thailand
การดูแลสุขภาพของลูกน้อยไม่ใช่แค่เรื่องของโภชนาการหรือการนอนหลับเท่านั้น แต่ “สุขภาพเท้า” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะเท้าเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว เดิน วิ่ง และพัฒนาการทางกายภาพในระยะยาว
หลายครอบครัวอาจไม่ทันได้สังเกตว่า ลูกกำลังมี “ปัญหาเกี่ยวกับเท้า” ที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต โครงสร้างกระดูก และการทรงตัวในอนาคต บางภาวะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด บางอย่างค่อยๆ พัฒนาเมื่อเริ่มเดินหรือวิ่ง
วันนี้ขอพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับ 4 ปัญหาสุขภาพเท้าที่พบบ่อยในเด็กเล็ก พร้อมวิธีสังเกต และคำแนะนำในการดูแลอย่างถูกต้อง
1. เท้าแบน (Flat Feet)
ลักษณะ : ภาวะเท้าแบนคือสภาพที่ฝ่าเท้าไม่มีส่วนเว้าโค้งตามธรรมชาติ เด็กที่มีเท้าแบนเวลายืนจะเห็นได้ว่าทั้งฝ่าเท้าแนบกับพื้นทั้งหมด ไม่มีอุ้งเท้ายกตัวขึ้น
สาเหตุ :
– พัฒนาการของกล้ามเนื้อและกระดูกยังไม่สมบูรณ์
– กรรมพันธุ์
– น้ำหนักตัวมาก
ผลกระทบ :
– เดินหรือวิ่งได้นานๆ แล้วเมื่อย
– ปวดเท้าหรือขา
– เดินผิดท่า
วิธีสังเกต :
– ให้ลูกยืนเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง แล้วสังเกตว่ามีอุ้งเท้าหรือไม่
– สังเกตว่าลูกบ่นเมื่อยเท้าบ่อยไหมเมื่อเดินหรือวิ่ง
แนวทางการดูแล :
– หากลูกยังเล็ก (อายุน้อยกว่า 6 ขวบ) อาจเฝ้าสังเกตเป็นระยะ
– เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม มีแผ่นซัพพอร์ตอุ้งเท้า
– หากเด็กโตแล้วยังมีอาการ หรือบ่นปวดเท้าควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ
2. นิ้วเท้าเอียง (Hallux Valgus ในเด็ก)
ลักษณะ : หัวแม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วข้างๆ ทำให้เกิดการเบี่ยงของข้อบริเวณโคนนิ้ว และอาจมีกระดูกปูดออกมา เด็กบางคนอาจรู้สึกเจ็บเวลาใส่รองเท้าแน่นๆ
สาเหตุ :
– พันธุกรรม
– ใส่รองเท้าคับ หน้าแคบ หรือบีบเท้า
– โครงสร้างกระดูกเท้าผิดปกติ
ผลกระทบ :
– เดินลำบาก ใส่รองเท้าแล้วเจ็บ
– ความมั่นใจลดลงเมื่อต้องเดินหรือเล่นกับเพื่อน
– เสี่ยงต่อการพัฒนาผิดรูปถาวรเมื่อโตขึ้น
วิธีสังเกต :
– ดูว่าแนวของนิ้วโป้งตรงหรือบิดเข้าด้านใน
– สังเกตว่ามีกระดูกปูดข้างเท้าหรือไม่
– ลูกบ่นเจ็บบริเวณข้างเท้าหรือไม่อยากใส่รองเท้า
แนวทางการดูแล :
– หลีกเลี่ยงรองเท้าปลายแหลมหรือคับเกินไป
– เลือกรองเท้าหน้ากว้าง ใส่สบาย
– หากเอียงมากหรือมีอาการเจ็บ ควรปรึกษาแพทย์
3. เท้าบิดออกด้านข้าง (Out-toeing)
ลักษณะ : เมื่อเดินหรือยืน ปลายเท้าของเด็กบิดออกด้านนอก (คล้ายเป็ดเดิน) เด็กบางคนอาจเดินได้ปกติ แต่บางรายอาจสะดุดล้มบ่อยหรือเดินผิดท่า
สาเหตุ:
– พฤติกรรมในครรภ์ (ท่าเด็กอยู่แบบขาแบะ)
– กระดูกสะโพกหรือหน้าแข้งบิด
– กล้ามเนื้อสะโพกหรือข้อเท้าหลวม
ผลกระทบ :
– เดินผิดท่าเรื้อรัง
– เสี่ยงต่อการหกล้มบ่อย
– กระดูกขาและสะโพกอาจเจริญผิดรูป
วิธีสังเกต :
– ดูท่าทางขณะเดินว่าเท้าหันออกข้างมากผิดปกติหรือไม่
– สังเกตว่ามีการล้มบ่อยกว่าปกติ
– ถ่ายวิดีโอการเดินของลูกไว้แล้วเปรียบเทียบดูแนวขา
แนวทางการดูแล :
– ส่วนใหญ่สามารถหายได้เองเมื่อเด็กโต
– ส่งเสริมให้เล่นกล้ามเนื้อสะโพก เช่น ปีนป่าย
– หากยังไม่ดีขึ้นในเด็กโต ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
4. โรคเท้าโค้ง (Metatarsus Adductus)
ลักษณะ : ฝ่าเท้าของเด็กโค้งเข้าด้านในคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว นิ้วเท้าชี้เข้าหากลางลำตัว อาจสังเกตได้ชัดเวลายืนหรือเดิน
สาเหตุ:
– ท่าทางในครรภ์ที่ถูกบีบในช่องท้องแม่
– กระดูกฝ่าเท้าโค้งผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
ผลกระทบ :
– เดินลำบาก
– เสี่ยงต่อภาวะเท้าผิดรูปเรื้อรัง
– อาจมีปัญหาเรื่องการทรงตัว
วิธีสังเกต :
– ดูแนวฝ่าเท้าว่าโค้งผิดปกติหรือไม่
– เมื่อลูกยืนแล้วปลายเท้าชี้เข้าด้านในหรือไม่
– สังเกตว่าลูกเดินผิดท่าหรือสะดุดบ่อยหรือเปล่า
แนวทางการดูแล :
– ภาวะนี้บางรายสามารถหายได้เอง
– อาจทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดกล้ามเนื้อและกระดูก
– หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกเด็ก
ขอแนะนำเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าเด็ก
รองเท้าที่ดีไม่ใช่แค่ใส่สบาย แต่ควรช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเท้าเด็กอย่างถูกต้อง
Besson Joujou Thailand ออกแบบรองเท้าผ้าใบสำหรับเด็กโดยคำนึงถึง:
– พื้นรองเท้ายืดหยุ่นและกันลื่น
– หน้าเท้ากว้าง ไม่บีบรูปเท้า
– น้ำหนักเบา ใส่ง่าย
– มีระบบรองรับอุ้งเท้าช่วยป้องกันภาวะเท้าแบน
เพราะเราเชื่อว่า “ รองเท้าที่ดี = ก้าวแรกที่มั่นคง ”
Add comment